ALLABOUTSPORT.COM

ตำราสายมูสุดกาวนักบอล! 7 พิธีกรรมแปลก ชนิดถ้าไม่ทำจะเล่นไม่ออก

ความเชื่อนักฟุตบอล และพิธีกรรมสายมูก่อนลงสนามของแข้งซุปตาร์ระดับโลก

ใครจะเชื่อ..! ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของนักเตะระดับโลกที่ฟาดค่าเหนื่อยกันสัปดาห์ละหลายล้าน เบื้องหลังมีเรื่องน่าสนใจซ่อนไว้ กับเรื่องของ “ดวง” และ ความเชื่อนักฟุตบอล ก็เป็นอีกหนึ่งอาวุธลับที่พวกเขาขาดไม่ได้เลยเวลาลงสนามแข่ง เพราะต่อให้ฟิตแค่ไหน หรือเก่งระดับบัลลงดอร์ แต่ถ้าวันไหนเกิดลืมทำตามพิธีกรรมส่วนตัวก่อนลงสนาม แข้งซุปตาร์บางคนถึงกับเสียความมั่นใจ ขาอ่อนแรง หรือฟอร์มช็อตไปดื้อๆ ก็มีให้เห็นกันมาแล้ว

วันนี้เราจะขอเอาใจสายมูกันหน่อย พาส่องพฤติกรรมแปลก ๆ ชำแหละ 7 พิธีกรรมสุดกาวและของเหล่านักเตะชื่อดัง ที่ทำเอาแฟนบอลอย่างเราต้องอุทานว่า “ระดับนี้ยังต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกเหรอเนี่ย!” จะมีใครบ้างตามไปส่องกันเลย

มูเตลูก่อนลงสนาม: เมื่อวิทยาศาสตร์การกีฬาต้องยอมแพ้ให้กับความเชื่อ

1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้: เท้าขวานำโชคและกฎการเดินรั้งท้าย มาเริ่มกันที่ “CR7” คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปตาร์ผู้รักความสมบูรณ์แบบในทุกกระเบียดนิ้ว แต่เรื่องมูพี่แกลึกซึ้งกว่าที่คิด ความเชื่อสุดคลาสสิกของแกคือ ทุกครั้งที่ก้าวลงสู่ผืนหญ้า “เท้าขวา” ต้องเป็นเท้าแรกที่สัมผัสสนามเสมอ ย้ำว่าเสมอ หนักกว่านั้นเวลาเล่นให้สโมสร เขาจะต้องเป็นคนสุดท้ายของทีมที่เดินออกจากอุโมงค์ แต่ในทางกลับกัน ถ้าสวมเสื้อทีมชาติโปรตุเกสเมื่อไหร่ โปรดหลีกทางให้พี่โด้เดินนำหน้าเป็นคนแรกในฐานะกัปตันทีมเท่านั้น และนี่คือสูตรความขลังที่แกใช้มาเป็นสิบๆ ปี

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับความเชื่อนักฟุตบอลเรื่องการก้าวเท้าขวาลงสนามเป็นคนแรก

2. จอห์น เทอร์รี่: กัปตันบลูส์จอมเป๊ะ กับตำนานโถส้วมนำโชค ถ้าจะหาใครสักคนที่อาการหนักเรื่องสายมู ต้องยกให้ จอห์น เทอร์รี่ อดีตกัปตันทีมเชลซี เทอร์รี่เคยรับสารภาพว่า เขามีพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำก่อนแข่งเยอะมากแบบนับไม่ถ้วน เช่น ต้องนั่งเบาะเดิมเป๊ะๆ บนรถบัส, ต้องฟังเพลงจากแผ่นซีดีแผ่นเดิม, พันเทปที่ข้อเท้าสามรอบครึ่ง และที่พีกสุดคือ ในห้องแต่งตัวสแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาและเพื่อนร่วมทีมต้องต่อคิวเข้าห้องน้ำเพื่อใช้ “โถส้วมโถเดิม” ตัวที่เคยใช้แล้วทีมชนะติดต่อกัน ลองคิดดูว่าถ้าปวดหนักพร้อมกัน กัปตันทีมเราคงเครียดน่าดู

3. สตีเว่น เจอร์ราร์ด: สัมผัสป้ายปลุกวิญญาณนักสู้ สำหรับเหล่าเดอะค็อป คงคุ้นตากับพิธีกรรมของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันไดนาโมผู้ยิ่งใหญ่ ทุกครั้งที่สตีวี่จีเดินนำลูกทีมลงสู่สนามแอนฟิลด์ เขาจะต้องเอื้อมมือไปแตะป้าย “This is Anfield” บนกำแพงอุโมงค์ทุกครั้ง มันไม่ใช่แค่การทำเท่ๆ โชว์กล้อง แต่มันคือการดึงสติ ปลุกพลังใจ และส่งต่อความขลังที่ทำให้คู่แข่งที่เดินตามหลังมาต้องรู้สึกขนลุกซู่

4. โลร็องต์ บล็องก์: จูบเหม่งบรรลือโลก พาสู่แชมป์ ย้อนกลับไปในยุค 90 แฟนบอลทั่วโลกต่างจดจำภาพที่ โลร็องต์ บล็องก์ ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศส เดินเข้าไปจูบศีรษะอันโล้นเลี่ยนของ ฟาเบียน บาร์เตซ ผู้รักษาประตูเพื่อนรักก่อนเริ่มเขี่ยบอลในทุกแมตช์ พิธีกรรมจูบเหม่งนี้กลายเป็นไวรัล และดูเหมือนความมูนี้จะทรงพลังขั้นสุด เพราะในปี 1998 ฝรั่งเศสผงาดคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ จนหลายทีมอยากจะหาผู้รักษาประตูหัวล้านมาให้กองหลังจูบตามบ้าง

โลร็องต์ บล็องก์ จูบหัว ฟาเบียน บาร์เตซ พิธีกรรมนำโชคพาทีมคว้าแชมป์โลก

5. เปเป้ เรน่า: เติมน้ำมันปั๊มเดิม ยอมอ้อมโลกเพื่อความเฮง อดีตนายทวารสายฮาอย่าง เปเป้ เรน่า ก็มีมุมมูเตลูที่ทำเอาคนรอบข้างกุมขมับ เพราะก่อนวันแข่งนัดเหย้าทุกครั้ง เขาจะต้องขับรถไปเติมน้ำมันที่ปั๊มเดิม และต้องจอดที่หัวจ่ายเดิมเสมอ! ต่อให้น้ำมันในถังจะเหลือเต็มเปี่ยม หรือปั๊มนั้นจะอยู่ไกลจนต้องขับรถอ้อมโลก แกก็ไม่ยอมเปลี่ยนปั๊มเด็ดขาด แถมเมื่อไปถึงสนามแข่งแล้ว ก็ต้องจอดรถในช่องจอดหมายเลขเดิมที่เคยจอดแล้วทีมชนะเท่านั้น ถือคติที่ว่า “จอดที่เดิม ฟอร์มไม่มีตก”

6. เชส ฟาเบรกาส: จูบแหวน 4 ครั้ง พลังรักจากคนสำคัญ กองกลางจอมคิลเลอร์พาสอย่าง เชส ฟาเบรกาส มีมุมมูที่แฝงไปด้วยความโรแมนติก เขามักจะสวมแหวนที่คนรักมอบให้ติดนิ้วไว้ตลอดเวลา และก่อนจะเดินข้ามเส้นสนาม เขาจะถอดแหวนวงนั้นออก นำมาจูบเน้นๆ จำนวน “4 ครั้ง” ถ้วน (ตามหมายเลขเสื้อเก่งของเขา) จากนั้นจึงค่อยฝากสตาฟฟ์ไปเก็บรักษาไว้ เชสเชื่อว่าตัวเลข 4 ผสมกับความรักจากครอบครัว จะช่วยเปิดวิสัยทัศน์ให้เขาจ่ายบอลได้แม่นยำราวกับจับวาง

7. สนับแข้งคู่ชีพเก่ากึ้ก ห้ามเปลี่ยน ห้ามซัก! รู้หรือไม่ว่าเครื่องรางที่ฮิตที่สุดของนักฟุตบอลคือ “สนับแข้งและถุงเท้า” นักเตะระดับท็อปหลายคน (รวมถึง แจ็ค กรีลิช ที่ชอบใส่สนับแข้งจิ๋วๆ) เลือกที่จะใช้สนับแข้งคู่เดิมตั้งแต่สมัยเป็นดาวรุ่ง หรือถุงเท้านำโชคคู่เดิมซ้ำๆ ตลอดทั้งฤดูกาลโดยไม่ยอมทิ้ง แม้สภาพมันจะเปื่อยยุ่ยจนแทบไม่เหลือชิ้นดี หรือส่งกลิ่นเหม็นอับแค่ไหนก็ตาม เพราะพวกเขามองว่าไอเทมชิ้นนี้แหละที่ผ่านการเจิมมาแล้ว และมีพลังวิเศษคอยปกป้องไม่ให้พวกเขาโดนเตะจนขาหัก

ก็อย่างที่เห็นว่าแม้โลกไหน ความเชื่อก็แทรกไปได้หมดไม่เว้นในโลกของลูกหนัง ที่ฟาดฟันกันด้วยแท็กติกและความแข็งแกร่งทางร่างกาย เรื่องของหัวใจและ ความเชื่อนักฟุตบอล ก็เป็นสิ่งเยียวยาจิตใจชั้นเยี่ยมที่ทำให้พวกเขากล้าเผชิญหน้ากับความกดดันนับหมื่นคนในสนามได้อย่างไร้ความปรานี

สำหรับคอบอลสายวิเคราะห์ที่อยากรู้ว่า คืนนี้พิธีกรรมสายมูของนักเตะคนไหนจะขลังกว่ากันจนพาทีมเก็บ 3 แต้มเต็มได้สำเร็จ อย่าลืมคลิกเข้าไปเช็คโปรแกรมการแข่งขันและอัปเดตแบบเรียลไทม์ พร้อมติดตามทรรศนะฟันธงสุดแม่นยำเจาะลึกทุกคู่ได้ที่หน้าหลักของเราได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลย!

Comments

Leave a Reply